พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อสัตว์เลี้ยง
‘พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อสัตว์เลี้ยง’ จากปากสัตวแพทย์ฯ มก.
โดย ผู้จัดการออนไลน์5 กุมภาพันธ์ 2551

ในการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 46 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีการบรรยายและอภิปรายพิเศษจากคณะต่าง และหัวข้อการอภิปรายจากสาขาสัตวแพทยศาสตร์ที่น่าสนใจก็คือเรื่องพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อสัตว์เลี้ยง
ผศ.สพ.ญ.ดร.ม.ล.สุนทรานี ทองใหญ่ จากภาควิชาสรีรวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กล่าวว่าคณะสัตวแพทย์ มก. ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ได้ดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงของพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ จึงทำให้ได้เรียนรู้และรับรู้ถึงพระเมตตาที่มีต่อสัตว์เลี้ยงในหลายๆ โอกาส
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงมีสัตว์เลี้ยงที่ทรงโปรดมากมายและก็มีหลายครั้งที่สัตว์เลี้ยงเหล่านั้นนำไปสู่แรงบันดาลใจในการทรงงานด้านอื่นๆ อาทิ สุนัขหลวงคุณโจโฉ และแมวที่ทรงเลี้ยงทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกิดแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงแสงเทียน และหลายๆ ครั้ง ที่จะเห็นพระองค์ท่านทรงพระสรวลได้เมื่อทรงอยู่กับสุนัขที่ทรงเลี้ยง
ซึ่งพระองค์ท่านทรงโปรดสุนัขพันธุ์บาเซนจิมาก เนื่องจากคุณทองแดงสุนัขหลวงมีลักษณะบางประการคล้ายคลึงกับสุนัขพันธุ์บาเซนจิทำให้สนพระทัยยิ่งขึ้น และทรงค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับบาเซนจิ เพราะเป็นสุนัขที่ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในเมืองไทย ทรงหาหนังสือเกี่ยวกับบาเซนจิหลายเล่มรวมทั้งข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต เพื่อศึกษาเกี่ยวกับประวัติของบาเซนจิ และทรงพบว่า “บาเซนจิ” เป็นสุนัขพันธุ์โบราณ มีถิ่นกำเนิดบริเวณแอฟริกากลาง เดิมอยู่ประเทศคองโก ใช้งานในการล่าสัตว์ โดยมีหน้าที่ชี้ตำแหน่งสัตว์ เก็บสัตว์ที่ถูกยิงแล้ว และไล่ต้อนสัตว์ให้ไปติดตาข่าย
และมีรูปสลักภายใน “พีระมิด ซาการ่า” ที่ประเทศอียิปต์มาประมาณสี่พันปีแล้ว โดยใต้ที่ประทับของฟาโรห์จะมีสุนัขพันธุ์บาเซนจิหมอบอยู่ และน่าแปลกที่เมื่อคุณทองแดงยังตัวเล็กอยู่ เวลามาเฝ้าฯ จะหมอบอยู่ใต้ที่ประทับแบบนี้เสมอ
สำหรับการถวายงานให้กับการดูแลรักษาสุนัขที่ทรงเลี้ยงของพระบรมวงศานุวงศ์ที่อยู่ในความดูแลของคณะสัตวแพทยศาสตร์มีทั้งสิ้น 167 สุนัข และในช่วงนี้ก็มีสุนัขที่มีอายุมากอยู่หลายสุนัข ซึ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ นอกจากการดูแลสุนัขแล้วก็ยังมีการดูแลช้างด้วย คือ ช้างต้น และ ช้างหลวง ซึ่งพระองค์ท่านโปรดให้สร้างโรงช้างต้นใหม่ที่หัวหินและภายในมีป่าขนาดเล็กสำหรับให้ช้างได้เดินเล่นและทำกิจธุระได้ด้วย
ไม่เพียงแต่เฉพาะสัตว์ใหญ่ที่พระองค์ท่านทรงโปรดแต่ยังโปรดให้ดูแลสัตว์อื่นในวังด้วย อาทิ นก ลิง ตุ๊กแก เป็นต้น และบ่อยครั้งที่พระองค์ท่านให้นำสุนัขจรจัดข้าง ๆ วังเข้ามาเลี้ยงถวายเป็นสุนัขหลวง และหวังว่าประชาชนจะเห็นความสำคัญและนำสุนัขจรจัดกลับไปเลี้ยงที่บ้านอย่างที่พระองค์ท่านทรงทำบ้าง เพราะสุนัขจะอยู่ดีมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อมีบ้าน การนำอาหารไปให้สุนัขจรจัดจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาได้ในระยะยาว
เรื่องที่น่าประทับใจอีกหนึ่งเรื่องคือการพระราชทานชื่อสุนัข อาทิ ลูกคุณทองแดงจะมีชื่อเป็นขนมไทย รุ่นหลานคุณทองแดง (ลูกคุณทองหยอด) มีชื่อเป็นข้าว ลูกคุณทองพลุมีชื่อจากเรื่องรามเกียรติ์คือวานร 18 มงกุฎ ส่วนสุนัข
ชุดที่อยู่ใน ส.ค.ส. ปี 2550 มีชื่อเกี่ยวกับแกง และสุนัขชุดที่อยู่ใน ส.ค.ส. ปี 2551 จะมีชื่อตามสุนัข 4 ตัว ของพระตรีมูรติ ซึ่งปัจจุบันสุนัขทั้ง 4 ตัวนี้มีอายุได้ 4 เดือนแล้ว
นอกจากพระเมตตาที่มีต่อสุนัขที่ทรงเลี้ยงแล้วก็ยังทรงสนับสนุนด้านการศึกษาด้วย โดยจะให้มีการฝึกด้านการเชื่อฟังคำสั่ง และฝึกแสดงความสามารถพิเศษ และยังทรงสนับสนุนเครื่องมือด้านการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อรักษาสุนัขอื่น ๆ ด้วย และทุกครั้งที่พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จมาที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทุกพระองค์จะทรงใส่เงินในตู้บริจาคช่วยชีวิตสัตว์ป่วยทุกครั้ง ซึ่งพวกเราเห็นแล้วต่างประทับใจและปลื้มใจเป็นอย่างมาก
น.สพ.นพกฤษณ์ จันทิก ที่ปรึกษาคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับตัวเองเริ่มแรกได้ถวายงานให้กับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โดยพระองค์ท่านได้นำสุนัขพันธุ์เยอรมันเซฟเฟิดมารักษา ซึ่งนำเข้ามาตามขั้นตอนปกติเหมือนสุนัขทั่วไป ตอนนั้นไม่มีหมอคนใดกล้าทำการรักษาจนทำให้สุนัขต้องรอการรักษานานประมาณ 2 ชั่วโมง และเขาเห็นว่าต้องทำการรักษาเร่งด่วนเนื่องจากสุนัขมีอาการน่าเป็นห่วง
จึงตัดสินใจนำสุนัขมาตรวจจึงพบว่าสุนัขป่วยเป็นโรคหัวใจและต้องทำการผ่าตัด ซึ่งสุนัขที่จะเข้ารับการผ่าตัดได้จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของเสียก่อน ดังนั้นผมจึงนำใบยินยอมผ่าตัดฝากไปกับเจ้าหน้าที่ที่พาสุนัขมา และต่อมาผมก็ได้รับใบยินยอมให้ผ่าตัด ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงลงพระนามด้วยพระองค์เอง และหลังจากวันนั้นผมก็ได้ถวายงานให้กับพระบรมวงศานุวงศ์มาโดยตลอด จนกระทั่งได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 11 ธันวาคม 2542 ด้วยเหตุผลที่ว่าพระองค์ท่านทรงโปรดสุนัขพันธุ์บาเซนจิมากและตรัสว่าให้หามาให้
ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่พระองค์ท่านทรงขอให้นำมาถวาย ผมใช้เวลา 5 เดือนในการศึกษาและจัดหาสุนัขพันธุ์บาเซนจิมาจากต่างประเทศมาได้ 1 ตัว ซึ่งก่อนนำไปถวายต้องนำมากักโรคก่อน 3 วัน ที่ตึกสัตว์ทดลอง ชั้น 2 คณะสัตวแพทยศาสตร์ แต่ปรากฏว่าพอวันที่สามสุนัขหายตัวไปจากกรง จึงทำให้ต้องระดมหากันยกใหญ่จนมืดค่ำและไปตามตัวพบที่ถนนอีกฝากหนึ่งซึ่งสุนัขลงไปติดโคลนอยู่ในบึงต้นบอน ซึ่งถ้าไม่มีใครไปพบคงต้องตายแน่นอน และก็ได้นำไปถวายในวันที่ 11 ธันวาคม 2542 ซึ่งพระองค์ท่านพระราชทานชื่อให้ว่า “ทองแท้” ภายหลังมาเป็นสามีของคุณทองแดงนั่นเอง
สำหรับพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อสรรพสัตว์นั้น พระองค์ท่านได้พระราชทานเครื่องมือต่าง ๆ จากเงินรายได้ของโครงการคุณทองแดงช่วยเพื่อนมาให้กับโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และพระราชทานเงินสำหรับวิจัยโรคเลปโตสไปโรซิสในสัตว์ และจัดตั้งกองทุนรักษาพยาบาลสัตว์ป่วยอนาถา
โดยรับสั่งว่า “ไม่ต้องมาทำบัญชีให้ฉันดู แต่ขอให้ซื่อสัตย์” ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้จัดทำรายงานและถ่ายภาพสัตว์ป่วยและเจ้าของเพื่อถวายรายงานให้พระองค์ท่านตลอดมา นอกจากนั้นพระองค์ท่านยังได้พระราชทานศูนย์รักษาสุนัขหัวหิน รับสุนัขจรจัดมาเลี้ยงดูและรักษาเพื่อให้คนที่รักสุนัขนำกลับไปเลี้ยงที่บ้านต่อไป
และหลักการทรงงานที่ผมได้เรียนรู้จากพระองค์ท่านมี 4 ข้อ คือ พระองค์ท่านทรงทำงานอย่างผู้รู้จริงและศึกษางานอย่างลึกซึ้ง , อ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่ายและประหยัด , รับฟังความคิดของผู้อื่น เคารพความคิดที่แตกต่าง , และเอาใจเขามาใส่ใจเรา