“บล็อก” ออนไลน์ ก้าวที่เหนือ “นักข่าว”

บล็อกเหนือนักข่าว? ถ้าจะเปรียบเทียบกับนักข่าว ก็ต้องพูดถึงบล็อกเกอร์ ไม่ใช่บล็อก นอกจากนี้ มันก็ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า บล็อกออนไลน์หรอก ทุกๆ บล็อก ล้วนออนไลน์ทั้งนั้น

“บล็อก” ออนไลน์ ก้าวที่เหนือ “นักข่าว”

Komchadluek

หากใครที่เล่นอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ “Blog (บล็อก)” น่าจะเป็นอีกหนึ่งสื่อในการสืบค้นหาข้อมูลต่างๆ ทั้งนี้ “Blog” เป็นคำผสมระหว่าง WEB (Wolrd Wide Web) และ LOG (บันทึก)

หมายถึงพื้นที่ให้บริการในโลกไซเบอร์ที่ทุกคนสามารถสร้างได้เอง โดยบันทึกทั้งเรื่องราว รูป เสียง จัดลูกเล่น ดึงดูดให้คนทั่วไปเข้ามาอ่านและโต้ตอบแสดงความเห็นได้ด้วย

การใช้บล็อกไม่ใช่เรื่องยุ่งยากซับซ้อน นับวันยิ่งมีผู้คนหลากแขนง หลายวงการเข้ามาสร้างบล็อกของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าทุกวันนี้ แค่เฉพาะเมืองไทยมีบล็อกไม่ต่ำกว่า 300,000 บล็อก ยิ่งบล็อกนั้นมีจุดเด่น ไม่ว่าจะเป็นจากความเป็นตัวตนของเจ้าของบล็อก (Bloger) เอง รวมไปถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และน่าสนใจ ก็จะยิ่งเป็นที่พูดถึงในหมู่ชาวเน็ตปากต่อปาก จนสร้างชื่อเสียงให้เจ้าของบล็อก จนได้ออกสื่อใหญ่ๆ อย่างโทรทัศน์มาแล้ว บล็อกจึงถือเป็นสื่อที่วงการสื่อมวลชน หรือแม้แต่วงการตลาดต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

ดังเช่นประเด็นจากงานเสวนาเมื่อเร็วๆ นี้ ที่อาคารเนชั่น ทาวเวอร์ ซึ่งรวมพลคนทำบล็อกมาบอกเล่าถึงทิศทางและศักยภาพบล็อกเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น วันฉัตร ผดุงรัตน์ เจ้าของ bloggang.com เวบบล็อกยอดนิยม ภายใต้ชายคา pantip.com ทีปกร วุฒิพิทยามงคล เจ้าของ exteen.com เวบบล็อกวัยรุ่นอันดับหนึ่งของเมืองไทย กิตกา สายเสนีย์ เจ้าของ keng.com “บิดาแห่งไดอารี่ออนไลน์” ของประเทศไทย และ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ จาก oknation.net บล็อก Citizen Reporter (ทุกคนเป็นนักข่าวได้) แห่งแรกของประเทศ

เจ้าของเวบวัยรุ่นอย่าง ทีปกร บอกว่า สิ่งที่แตกต่างระหว่าง “บล็อก” และ “ไดอารี่ ออนไลน์” คือ ไดอารี่จะมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก เรียกว่าเขียนอ่านเองหรือให้เพื่อนอ่านเท่านั้น แต่บล็อกจะมีความโดดเด่นตรงที่เจ้าของบล็อกจะใส่ความเห็นกับสถานการณ์ปัจจุบัน อาจพูดถึงเรื่องภาพยนตร์ การ์ตูน เกม ฯลฯ ตามแต่เจ้าตัวจะมีประสบการณ์ด้านนั้นๆ

“การที่วัยรุ่นมาทำบล็อก มีจุดเด่นตรงที่บางเรื่องเขาไม่ต้องการสื่อสารกับคนหมู่มาก ไม่ได้อยากจะออกสื่อใหญ่ๆ แต่เขาอยากสื่อสารกันเองในกลุ่มคนที่สนใจเหมือนกัน อย่างเช่นการประกวดคอสเพลย์ หรือแต่งกายเลียนแบบการ์ตูน เขาก็จะถ่ายรูปภายในงาน รายงานเหตุการณ์ว่ามีอะไรบ้าง รายงานไว้ในบล็อกของเขาเอง” ทีปกร กล่าว

บล็อกยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังคำบอกเล่าของ กิตกา โดยประเภทแรก คือบล็อกที่ต้องจดทะเบียนเอง และบล็อกที่เป็นระบบสำเร็จรูป ซึ่งเปิดให้บริการหลายแห่ง ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเทคโนโลยีลึกซึ้ง ก็สามารถสร้างบล็อกของตัวเองได้ ซึ่งประเภทแรกมีข้อดีกว่าตรงที่ว่าสามารถควบคุมทิศทางได้เอง

แต่ความง่ายของประเภทหลังนี่เอง ที่จะพลิกให้บล็อกเกอร์เป็นยิ่งกว่าคนเขียนไดอารี่ออนไลน์ธรรมดา เมื่อผู้บริหารเวบบล็อกน้องใหม่อย่าง อดิศักดิ์ แจงว่า ทุกคนสามารถเป็นนักข่าวได้ (citizen reporter) เพียงมีเวบบล็อกเป็นของตัวเองเท่านั้น ซึ่งการที่คนทำบล็อกมีบุคคลหลายกลุ่ม หลายวัย มีความรู้เฉพาะด้าน จะทำให้นักข่าวตัวจริงหนาวๆ ร้อนๆ กันเลยทีเดียว

“อย่างตอนที่เกิดเหตุระเบิดสถานีรถไฟในกรุงลอนดอน สำนักข่าวยักษ์ใหญ่ไม่มีภาพเหล่านั้น แต่กลับเป็นทางชาวบ้านที่ส่งภาพให้สำนักข่าวต่างๆ หรือกรณีหมอกควันปกคลุมในเชียงใหม่ นักข่าวต่างจังหวัดไม่รายงานภาพหมอกควันว่าเป็นอย่างไร แต่มีบล็อกเกอร์บางคนที่บ้านอยู่ในจุดเกิดเหตุ สามารถถ่ายภาพ รายงานเหตุการณ์ลงในบล็อก ทำให้สื่อหนังสือพิมพ์เห็นภาพและเอามาต่อยอด”

“แม้แต่ชาวนา ซึ่งมีความรู้จริงเรื่องการปลูกข้าว ถ้าเขามีโอกาสมารายงานข้อมูลในบล็อก ย่อมมีความแน่นกว่านักข่าวสายเกษตร ผมว่าด้วยอินเทอร์เน็ตนี่ล่ะจะทำให้ความเป็นฐานันดรที่ 4 ของสื่อมวลชนหายไปในไม่ช้า” อดิศักดิ์ กล่าว ก่อนที่ กิตกา จะเสริมว่า บางครั้งเขาเลือกอ่านข่าวจากบล็อกแทนที่จะดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ อย่างเช่นช่วงรัฐประหารที่สื่ออื่นๆ ยังไม่อัพเดทข้อมูล บล็อกเป็นที่เดียวที่สามารถตามความเคลื่อนไหวได้ตลอด อีกทั้งการจะปิดสื่ออินเทอร์เน็ตเหมือนการแบนสื่ออื่นๆ ไม่ใช่เรื่องที่ทำง่ายๆ

อย่างไรก็ดี “ความน่าเชื่อถือ” เป็นสิ่งที่ถูกทวงถามจากโลกไซเบอร์ เวบบล็อกเองในฐานะเป็นแหล่งข้อมูลจากทัศนคติของบุคคลๆ หนึ่ง ก็ยิ่งต้องมีการกลั่นกรอง กรณีนี้ วันฉัตร มองว่า ข้อมูลมากมายในโลกอินเทอร์เน็ตมีน้ำหนักความเชื่อถือไม่มากเท่า “พลัง” ของมัน สำหรับเขา ข้อมูลที่ใช้เขียนวิจัย วิทยานิพนธ์สามารถเชื่อได้เต็มที่ ส่วนความน่าเชื่อถือลำดับรองลงมาคือข้อมูลจากสื่อมวลชน ส่วนข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมีความน่าเชื่อถือลำดับสุดท้าย ซึ่งไม่จำเป็นต้องเชื่อถือได้เต็มที่ แต่ความดิบในอินเทอร์เน็ตจะเติมเต็มให้โลกข้อมูลสมบูรณ์ขึ้น แต่ปัญหาคือจะให้ความรู้ในมุมนี้กับผู้รับสารอย่างไร

สำหรับ “คนทำสื่อ” แล้ว “บล็อก” จึงเป็นได้ทั้งคู่แข่ง หรือเครื่องมือ ขึ้นอยู่ที่ว่าจะเลือกใช้อย่างไร เช่นเดียวกับโลกอินเทอร์เน็ตที่มีทั้ง “ด้านมืด” และ “ด้านสว่าง” ให้เลือกค้นหานั่นเอง

Leave a Reply

;( :x :s :p :o :d :[ :) :( :$ 8) (~) (y) (w) (u) (t) (p) (o) (n) (l) (i) (g) (f) (e) (d) (c) (b) (^) (@) (8) (*) ;) (&)

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture.
Anti-Spam Image